ประชุมกรรมการสมาคม ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 และ ThaiBIO Knowledge Sharing

วันที่ 26 มิถุนายน 2568
เวลา 13:00 -15:30 น.
สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพไทย (ThaiBIO) จัดการประชุมกรรมการสมาคม ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 ณ ห้องประชุม 201 อาคาร BNA 2 บริษัท ไบโอเนท-เอเชีย จำกัด (สำนักงานใหญ่) ในการนี้ได้รับความกรุณาจากคุณวิฑูรย์ วงศ์หาญกุล ประธานกรรมการ บริษัท ไบโอเนท-เอเชีย เป็นวิทยากรให้การสัมมนาพิเศษในหัวข้อ “(เจาะลึก) การพัฒนาวัคซีนรุ่นใหม่ ยํ้าประโยชน์งานวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ สร้างนวัตกรรม สร้างความสามารถทางการแข่งขันในธุรกิจ” เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การบริหารบริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จระดับโลก ตัวอย่าง master piece ของอุตสาหกรรมนวัตกรรมชีวภาพในประเทศให้กับสมาชิกสมาคมคณะผู้บริหารรุ่นน้องที่ได้ร่วมรับฟังและเปิดโอกาสให้ซักกันได้ถามอย่างเต็มที่ สมาคมนำสรุปประเด็นในสัมมนาพิเศษมาร่วมแบ่งปัน
โดยคุณ วิฑูรย์ ได้เล่าถึงประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่เริ่มการทำงานในปี ค.ศ. 1971 กับบริษัทวัคซีนยักษ์ใหญ่ระดับโลก และการตัดสินใจเริ่มธุรกิจแรกของตนเองในปี ค.ศ. 1992 ด้วยธุรกิจที่ไม่มีความชำนาญนักจึงทำให้บริษัทไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ต่อมาในปี ค.ศ. 2001 จึงได้มาเปิดบริษัทไบโอเนท เอเชีย ค้าขายโดยการนำเข้าเละส่งออกวัคชีนป้องกันโรคในคนและเริ่มขยายกิจการผลิตวัคซีนจากงานวิจัยต้นน้ำมาถึงปัจจุบัน ซึ่งในประเด็นนี้คุณ วิฑูรย์ แชร์ว่าเพราะบริษัทมีจุดแข็งจากผู้ร่วมก่อตั้ง 2 คน คือตัวพี่วิฑูรย์เองที่มีจุดแข็งด้านการตลาด การซื้อขายวัคซีนในตลาดโลกและคุณฟาม ฮอง ไทย ที่มีจุดแข็งด้านวิชาการ การวิจัยและพัฒนาวัคซีน ฉนั้น ”เราควรรู้ว่าสนามของเราอยู่ตรงไหน ทำในสิ่งที่เราเก่งให้แตกต่างจากคู่แข่ง“
จากวันก่อตั้งที่ยังไม่มีธนาคารหรือกองทุนที่เข้าใจธรรมชาติของธุรกิจนวัตกรรมชีวภาพนักทำให้มีความยุ่งยากในการระดมทุน แต่ก็ได้วิสัยทัศน์ของผู้บริหารธนาคารกรุงเทพในสมัยนั้น เข้าใจถึงการสร้างศักยภาพในอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าจากงานวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพ และนวัตกรรมการผลิตภายในประเทศที่จะเป็นการสร้างความเข้มแข็งและเป็นอนาคตของประเทศได้ ในปี ค.ศ. 2009 จึงมีทุนส่วนหนึ่งจากธนาคารมาสร้างโรงงานขึ้นที่อยุธยาแต่หลังสร้างโรงงานเสร็จไม่นาน ปี ค.ศ. 2011 เกิดน้ำท่วมใหญ่โรงงานเสียหายทั้งหมด.. กระทั่งต้องกู้ยืมพันธมิตรที่ดีเช่นธนาคารกรุงเทพอีกครั้งเพื่อปรับปรุงโรงงานแต่ผู้ก่อตั้งทั้ง 2 ท่านยังคงมีความตั้งมั่นเดินหน้ากันหน้าสุดซอย…“ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและเข็มทิศที่ทุกพันธมิตรเห็นชัดเจน” จึงร่วมเดินทางต่อด้วยกันอีกครั้งแม้ว่าจะเจออุปสรรคนานับประการกว่าจะประสบความสำเร็จในการขึ้นทะเบียนให้จำหน่ายวัคซีนที่พัฒนามาตั้งแต่การทำงานวิจัย จากสำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในปี ค.ศ. 2015
นับจากก่อตั้ง บริษัทไบโอเนท-เอเชีย มีการวิจัย สร้างนวัตกรรม พัฒนาและปรับปรุงวัคซีนมาตลอดโดยมีเป้าหมายเพื่อทำให้คุณภาพชีวิตของทุกคนดีขึ้นและเป็นผู้นำในการผลิตและกระจายวัคซีนสู่ทุกกลุ่มประชากรดังวิสัยทัศน์ขององค์กรที่ได้ตั้งใจไว้ จวบปัจจุบันบริษัทมีนวัตกรรม เป็นวัคซีนไอกรนชนิดไร้เซลล์ (acellular 3rd generation) ซึ่งใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการกำจัด toxin โดยวิธี genetically detoxified acellular pertussis โดยมีการพัฒนาการผลิตเป็นวัคซีนไอกรน 3 ชนิด คือ ชนิดเดี่ยว monovalent recombinant pertussis aP ชนิด รวม บาดทะยัก คอตีบ และ ไอกรน TdaP และ TdaP 2 แบบลดโดส ซึ่งยังคงให้ประสิทธิผลในกระตุ้นภูมิคุ้มกันป้องกันโรคไอกรนที่สูงกว่าและมีความคงทนของภูมิคุ้มกันที่ยาวนานกว่าเมื่อเทียบกับวัคซีนที่ผลิตจากต่างประเทศ ซึ่งจะสามารถเข้าถึงประชากรกลุ่มเปราะบางได้มากยิ่งขึ้น ประเด็นสำคัญของความสำเร็จที่บริษัทมาจากการ “มีบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเป็นเครื่องมือในการก้าวเป็นผู้นำการวิจัยพัฒนาสร้างนวัตกรรมการผลิตของตนเอง” ในประเด็นนี้ คุณวิฑูรย์กระซิบดังดังว่าให้ security สิทธิ์ของตัวเองโดย “จด IP ให้เรียบร้อย” ทั้งนี้นอกจากบริษัทผลิตวัคซีนแล้วคุณวิฑูรย์ยัง “มีบริษัทในเครือที่ทำธุรกิจสนับสนุนครบ supply chain”อาทิ ห้องปฏิบัติการสัตว์ทดลอง และ cold chain transportation logistics รวมทั้งการทำตลาดทั้งในและต่างประเทศซึ่งได้ ตอกย้ำความสำเร็จของบริษัท รวมถึงการสร้างความมั่นใจให้กับพันธมิตร และอาจกล่าวได้ว่าไบโอเนทเป็น unicorn ของบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพในประเทศไทยบริษัทหนึ่งได้เลยก็ว่าได้
ข่าวล่าสุดที่ทางสมาคมต้องขอแสดงความยินดีกับคุณวิฑูรย์คือข่าวการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ(MoU) ด้านวัคซีนระหว่างกลุ่มไบโอเน็ต (BioNet Europe และ BioNet Asia) และบริษัท พีที ไบโอ ฟาร์มา ผู้ผลิตวัคซีนของรัฐบาลอินโดนีเซีย เพื่อร่วมกันพัฒนาและจัดจำหน่ายวัคซีน TdaP แบบผสม (บาดทะยัก คอตีบ และไอกรนชนิดไร้เซลล์) ในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออก ในการประชุมธุรกิจอินโดนีเซีย-ฝรั่งเศส 2025 ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่, 28 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ภายใต้กองทุน“ดานันตารา” (Danantara) กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของรัฐบาลอินโดนีเซีย ซึ่งมีลักษณะเป็น superholding ใช้ปันผลจากทุกรัฐวิสาหกิจของภาครัฐอินโด มากระตุ้นการลงทุนร่วมกับต่างประเทศหวังดัน GDP โต 8% นับเป็นโครงการ megaproject ของภาครัฐที่น่าจะนำมาศึกษา
สุดท้ายนี้สมาคมขอขอบพระคุณ คุณ วิฑูรย์ วงศ์หาญกุล เป็นอย่างสูง ที่กรุณาให้เกียรติเป็นวิทยากรร่วมแชร์ประสบการณ์ เป็นเจ้าบ้านเอื้อเฝื้อสถานที่ในการประชุมกรรมการและเป็นพี่ต้อ

 

นรับเหล่าสมาชิกรุ่นน้องผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านเป็นอย่างดี
More information   https://bionet-asia.com/bionet-and-bio-farma-sign…/